[Fic] XS หนทางที่ร่วมเดิน
posted on 22 Apr 2008 11:30 by verxusภาพประกอบ ห่วยๆ สควอโล่หน้าเหมือนลิงเลยอ่ะ ขอโต้ดดดด
[Katekyo Hitman Reborn Fan Fiction] : Xanxus & Squalo หนทางที่ร่วมเดิน
ถ้าเธอเลือกที่จะกระทำความผิดที่ร้ายแรงที่สุดลงไป...
ฉันจะไม่โทษเธอที่เลือกที่จะกระทำสิ่งนั้น แต่ฉันจะโทษตัวฉันเองที่ไม่อาจห้ามเธอได้...
ถ้าเธอหลงใหลในพลังอำนาจและเลือกที่จะต่อสู้...
ฉันจะไม่โทษเธอที่เลือกที่จะต่อสู้ แต่ฉันจะขอยืนหยัดในสนามรบนั้นเคียงข้างเธอ...
ถ้าเธอได้กระทำสิ่งที่ผู้คนไม่อาจให้อภัยเธอได้ลงไป...
ฉันจะไม่โทษเธอที่ทำผิดพลาด แต่ฉันจะโทษคนเหล่านั้นที่ไม่อภัยให้เธอ...
ถ้าเธอต้องถูกคนทั้งโลกประณามและต่อว่า...
ฉันจะไม่โกรธเธอไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร แต่ฉันจะโทษพวกเขาที่ต่อว่าเธอและฉันก็พร้อมเสมอที่จะถูกประณามไปพร้อมๆ กับเธอ...
แม้สิ่งที่เธอทำมันจะผิดในสายตาของคนอื่น แต่มันคือความถูกต้องในสายตาของฉัน...
แม้เธอจะเปรียบเสมือนสีดำของโลกใบนี้ แต่เธอคือสีขาวสำหรับฉัน...
ตราบใดที่บนโลกใบนี้ไม่มีใครเข้าใจเธอ...
ฉันคนนี้....จะขอเป็นคนเพียงคนเดียวที่เข้าใจเธอ...
ฉันผิดหรือไง?... ที่จะเลือกเธอมากกว่าคนทั้งโลก...
.
.
.
.....ทำไม... .....ทำไมกัน....... .....ทำไมมันถึงได้เป็นแบบนี้!!!!!!!!!.........
ไอ้เรื่องแบบนี้....ไอ้เรื่องบ้าๆพรรค์นี้.....มัน..เป็นไปไม่ได้!!!!!!!!!!!!!.....
ไอ้แก่นั่น.........ฉันไม่ยอมรับ!!!!............ไม่มีทาง!.........
“โธ่โว้ยยยยยย!!!!!!!” เสียงสบถกร้าวดังลั่นขึ้นจากภายในห้อง ยังผลให้สควอโล่ซึ่งรออยู่นอกห้องรีบถลาเข้ามาในห้องที่ผู้เป็นนายเข้าไปเมื่อครู่ที่ผ่านมา
กลางดึกคืนนี้ เขาและแซนซัสได้ทำการลักลอบเข้ามายังห้องเก็บเอกสารลับที่ถูกปิดตายอันเป็นเขตหวงห้ามสำคัญของวองโกเล่ ยามในบริเวณโดยรอบถูกเก็บจนสิ้นเหลือแต่เพียงสควอโล่ที่เตร็ดเตร่อยู่นอกห้อง แซนซัสไม่ยอมให้เขาเข้าไปด้วย แม้แต่เหตุผลที่ต้องบุกมาที่นี่แซนซัสก็ยังไม่ยอมปริปากบอก เพียงแค่บอกจะมา เขาจึงอาสาขอตามมาด้วยก็เท่านั้น
เพียงแค่ย่างก้าวเข้ามาฉลามหนุ่มถึงกับชะงักงัน กับสภาพห้องที่เละเทะไม่มีชิ้นดี หนังสือที่หล่นลงมาจากชั้น เอกสารต่างๆ กระจัดกระจายเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้นห้อง บ้างก็กำลังติดไฟลุกไหม้ อีกทั้งอุณหภูมิภายในห้องที่ร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าเพลิงที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติแน่นอน หากแต่มาจากบุรุษเพียงหนึ่งเดียวที่ยืนอยู่ในห้อง...แซนซัส
“เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะ คุณชาย ทำไมถึง...” พูดไม่ทันขาดคำ สควอโล่ก็ถึงกับสะดุ้งเมื่อแซนซัสหันมาเผชิญหน้า ดวงตาสีทับทิมที่ดูแข็งกร้าว บัดนี้ยิ่งแดงฉานทวีความเกรี้ยวกราดยิ่งกว่าครั้งใดๆ เส้นเลือดที่ปูดโปนในดวงตาที่เบิกกว้าง ฟันที่ขบแน่น ทั้งร่างกายที่สั่นเทิ้มนั่น หลอมรวมเป็นความหวาดกลัวที่เข้าแทรกซึมจนร่างของเด็กหนุ่มผู้เข้ามาใหม่ไม่อาจขยับตัวได้
....กลัว......
นี่คือความคิดเดียวที่ผ่านเข้ามาในสมอง ไม่เคยจะมีครั้งใดที่แซนซัสโกรธมากถึงที่สุดได้ขนาดนี้ สควอโล่เริ่มลังเล ใจมันตะโกนก้องบอกให้รีบหนีไปให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้น ชีวิตเขาอาจจบลง ณ ที่แห่งนี้ก็เป็นได้ แต่อีกใจหนึ่ง ก็ปล่อยให้คนตรงหน้าเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้เช่นกัน เป็นเพียงความรู้สึกที่ไม่มีเหตุผลมารองรับ แซนซัสกำลังโกรธมากที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความต่างชั้นของฝีมือ พลังไฟที่แผดเผาได้ทุกอย่างนั้นเขาไม่มีทางรับมือได้เลย เขาควรจะทำยังไงดีในเวลาแบบนี้ ถ้าเป็นนาย จะทำยังไงนะ... แซนซัส
“ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะไม่ตัดผมจนกว่าแกจะได้เป็นรุ่นที่ 10 เฮ้ย! แกก็มาสาบานด้วยกันสิวะ”
“เฮอะ! งี่เง่า คนที่เสียมือไปให้เทพกระบี่อย่างแก จะทำอะไรได้”
“ได้สิวะ ฉันจงใจว้อย มือที่เสียไปคือสิ่งที่บอกว่าฉันคือผู้โค่นล้มเทพกระบี่ได้ นับจากนี้ไป ฉันจะไม่มีวันแพ้ใครเด็ดขาด”
“ดูไว้ซะคุณชาย แล้วซักวัน แกจะดีใจที่มีฉันเป็นลูกน้อง”
คำพูดลมๆ แล้งๆ ที่ดูเป็นเพียงลมปากของเด็กอายุ 14... ขาดน้ำหนัก... ไร้ความน่าเชื่อถือ... หากแต่เป็นความสัตย์จริงทุกถ้อยคำ สัญญาที่อาจจะไร้คุณค่า สายสัมพันธ์บางเบาจืดจางที่มองไม่เห็น กระนั้นก็ยังคงแจ่มชัดในในทุกห้วงความคิดอยู่เรื่อยมา
เด็กหนุ่มใช้ความพยายามเป็นอย่างมากขยับกายเดินเข้าไปหาผู้เป็นนายเหนือหัว ความหวาดกลัวในทีแรกค่อยๆ เลือนหายแม้สายตาที่จ้องตอบจะไม่ได้ทวีความกราดเกรี้ยวน้อยลงไปเลย สควอโล่หยุดยืนอยู่ต่อหน้าแซนซัส เขาแค่นยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยากนักสำหรับคนอย่างเขา
“ฉันเป็นลูกน้องของนาย แซนซัส...
ฉันคือผู้ที่เลือกจะติดตามนายไปจนกว่าชีวิตจะดับสูญ...
เพราะฉะนั้น... ไม่เป็นไรหรอกนะ แซนซัส...”
“เอาเลยสิ เชิญเลย ตามสบาย... ถ้ามันจะทำให้นายรู้สึกดีขึ้น”
“เปรี้ยง!”
แซนซัสซัดผลัวะอย่างจังเข้าที่ใบหน้าของสควอโล่จนเด็กหนุ่มร่วงลงไปกองกับพื้น เด็กหนุ่มผู้อาวุโสกว่าขึ้นคร่อมร่างนั้นทันที พร้อมทั้งปล่อยหมัดระรัวชกเด็กหนุ่มไม่ยั้งจนแทบหายใจไม่ทัน ทั้งเตะ ต่อย ตบ กระทืบ สารพัดวิธีที่จะทำร้าย เพียงเพื่อระบายความคั่งแค้นที่สุมอยู่ในอกจนแทบจะแผดเผานี้
ศีรษะที่ถูกจับกระแทกกับของแข็ง...
ร่างกายที่ถูกเหยียบย่ำซ้ำไปซ้ำมา...
จนวงหน้าขาวมีรอยฟกช้ำ...
จนโลหิตสีเข้มไหลหลั่ง...
จนทั่วทั้งร่างเกิดบาดแผลนับไม่ถ้วน...
ยังไม่นับอาการบาดเจ็บภายใน ถึงกระนั้นก็ไม่มีการโต้ตอบหรือท่าทีขัดขืนจากเด็กหนุ่มผมเงินเลยแม้แต่น้อย แซนซัสยังคงลงมือซ้อมโดยไม่สนว่าร่างที่รองมือรองเท้าอารมณ์โกรธอยู่จะบอบช้ำเพียงใด
...ฉันจะไม่ถามไถ่ ว่านายโกรธเคืองเรื่องอะไร หากนายไม่อยากตอบ...
...นายคือแซนซัส ผู้ที่มี ตัว X อยู่ในชื่อ...
...นายคือคนที่จะก้าวไปสู่จุดสูงสุดของผืนนภา...
...เพราะงั้น... ไม่เป็นไร นายไม่ผิดหรอกนะ แซนซัส...
แซนซัสมองร่างบอบบางที่รวยรินอยู่แทบเท้าตน เขาหยุดซ้อมเด็กหนุ่มไปพร้อมๆ อารมณ์โทสะที่หยุดลง กลับมาเป็นท้องนภาที่มืดมิด เงียบสงบ และลึกล้ำสุดหยึ่งถึง สายตาสีทับทิมที่ทอดมองยังเบื้องล่างไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆ เด็กหนุ่มยื่นมือออกไป พร้อมกับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำ
“ลุกขึ้นมาสิ ไอ้สวะ” แม้อาการบวมที่บริเวณดวงตาจะทำให้มองไม่ชัดเท่าที่ควร แต่สติที่ครบถ้วนทำให้มองเห็นมือที่เอื้อมมาหมายฉุดรั้งแม้เพียงเลือนราง ราวกับเป็นภาพความฝัน ทั้งที่เหมือนอยู่ใกล้แค่นี้ แต่แขนกลับไร้เรี่ยวแรงที่จะเอื้อมถึง เพียงขยับกายก็รู้สึกราวกับร่างทั้งร่างกำลังจะแตกสลาย ทำได้แค่นอนคุดคู้เก็บงำความเจ็บปวดไว้แค่นั้น
แซนซัสเมื่อเห็นสภาพสาหัสสากันจนลุกไม่ไหวของสควอโล่ จึงก้มลงและโอบอุ้มร่างนั้นไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะวางให้นั่งลงบนโต๊ะทำงานข้างตัว ความเงียบเข้าปกคลุม ไม่การเอื้อนเอ่ยวาจาจากคนทั้งสอง สายตาสอดประสานทอดมองกันและกันอย่างมิรู้หน่าย ยินเพียงเสียงหายใจเบาๆ ไม่สม่ำเสมอเพราะความเจ็บปวดจากบาดแผลแม้จะทุเลาแต่ก็ยังไม่จางหายไปซะทีเดียว
“ฉัน... ไม่เป็นไร” ร่างสูงเอ่ยเบาๆ
เรือนผมสีเงินที่แม้จะซับสีเลือดที่ไหลรินจากหน้าผากยังส่องประกายอย่างไม่หมองหม่น เฉกเช่นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำมากมายราวกับแต้มสี หากยังคงสวยงามเสมอในสายตาเขา แซนซัสโอบร่างก้มลงแนบสัมผัสที่แก้มของอีกฝ่าย สควอโล่อยู่ในอารามตกใจเล็กน้อยกับสิ่งที่ผู้เป็นนายกระทำแต่ก็พยายามทำตัวนิ่งๆ ไม่ให้ขัดใจอีกฝ่าย ความอบอุ่นที่ไม่มีที่มาที่ไปราวกับส่งผ่านความรู้สึกให้ถ่ายทอดถึงกัน
...หนึ่งคือท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่...
...อีกหนึ่งคือสายฝนผู้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน...
“ฉันจะก่อกบฏ... จะโค้นล้มไอ้แก่รุ่นที่ 9 ...จะทำลายล้างวองโกเล่” นัยน์ตาสีฟ้าเงินเบิกกว้างมื่อได้ยินคำพูดจากปากของคนที่เป็นถึงลูกชายของวองโกเล่รุ่นที่ 9
.....นายคิดจะฆ่าพ่อตัวเองรึไง นายคิดจะทำอะไรกันแน่ แซนซัส.....
แต่เพียงสบตาในเสี้ยววินาที ความคลางแคลงใจที่มีก็หายไปจนหมดสิ้นในแววตาคู่นั้น เหลือเพียงความมุ่งมั่นฉายชัดในแววตา ความมุ่งมั่นที่พร้อมจะก้าวเดินไปด้วยกันแม้ว่าเส้นทางนั้นจะต้องหลั่งเลือดไปมากมายก็ตามที
สควอโล่ทรุดขาลงกับพื้น กุมมือผู้เป็นนายมาจรดริมฝีปาก จุมพิตที่เป็นดั่งคำสาบาน เพียงได้พบเจอครั้งแรก ก็รู้ซึ้งถึงความต่างชั้นของฝีมือที่เทียบกันไม่ติด ความพ่ายแพ้ที่ลิ้มรสได้กำหนดบทบาทนี้ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
...ทุกสิ่งทุกอย่างต่อจากนี้ ...ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ จะอุทิศเพียงเพื่อนาย...
...เพื่อให้นายได้ก้าวไปสู่จุดสูงส่งยิ่งกว่าใครๆ...
...ไม่ว่าจะต้องฆ่าสักกี่คน หรือต้องก่อกรรมผิดที่ร้ายแรงสักแค่ไหน ฉันก็จะทำเพื่อนาย...
...ไม่ว่าผลจะออกมาดีหรือร้าย ...ฉันก็จะอยู่เคียงข้างนายนะ แซนซัส...
“คนทรยศ จะถูกแผดเผาด้วยเพลิงนรกไปชั่วกับชั่วกัลป์”
“แล้วไงเล่า แกคิดว่าฉันเป็นใคร ฉันคือสเพลบี สควอโล่ ผู้ที่โค่นล้มเทพกระบี่ได้ ไฟแผ่วๆนั่น ทำอะไรฉันไม่ได้หรอกเฟ้ย” ฉลามหนุ่มพูดอย่างอวดดี ...ปากดีอย่างนี้ คงไม่เป็นไรแล้วสินะ แกนี่มันทนทายาดจริงๆ...
“เฮอะ” ร่างสูงส่งเสียงเยาะ มือหยาบที่เต็มไปด้วยรอยแผลเลื่อนไปลูบศีรษะเด็กหนุ่มเบาๆ
“แกนี่มัน... งี่เง่ากู่ไม่กลับจริงๆ ไอ้ฉลามหัวเน่า”
“เฮอะ แกก็เหมือนกันแหละน่า คุณชาย” สควอโล่พึมพำกับตัวเอง ...ไม่สิ ต่อจากนี้ คงต้องเรียกนายว่าบอสแล้วล่ะ...
... เราจะไม่จับมือ... แล้วก้าวเดินไปด้วยกัน ไอ้แบบนั้น มันน้ำเน่าจะตายไป...
ต่างคนต่างก็มีจุดหมาย... ต่างก็มีวิถีเป็นของตนเอง...
เราจะต่างคนต่างวิ่งไปข้างหน้า ใครขวางก็เขี่ยมันลงข้างทางซะ...
แต่ถ้าบังเอิญ... เส้นทางที่ว่า มาขนานคู่กัน...
มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ... .....เพราะนี่คือ หนทางที่ร่วมเดิน.....
The End.
งงกันมั้ยเนี่ย เป็นตอนที่แซนซัสรู้ว่าตัวเองไม่ใช่ลูกของรุ่นที่ 9 ฮะ คำพูดอาจจะมั่วๆ หน่อยนะครับ จำไม่ค่อยได้ ไม่ได้ซื้อซีคิดส์อ่ะ ยืมเพื่อนอ่าน Credit : http://tako-ika.exteen.com/
ยกเครดิตให้บล็อกนี้ฮะ คำโปรยตอนแรกเอามาจากฟิค D18 เค้าฮะ มันเพราะมากซะจนนึกอย่างอื่นที่มันจะซึ้งมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว และภาพนี้ครับ แรงบันดาลสำคัญ สควอโล่สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
โอย เห็นแล้วแบบว่า มันรู้สึกดีอ่ะ สื่อถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ลูบหัว โฮกกกกก ตอนสุดท้ายเอาประมาณนี้เลย โมเอะมากๆ
#1 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2008-04-22 18:04